|
ในเดือนที่ความรักคุกรุ่นขนาดนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าหาสถานที่เที่ยวสุดโรแมนติก และเราก็ค้นพบว่าดินแดนรูปหัวใจบน เกาะแทสเมเนีย ของ ประเทศ ออสเตรเลีย นี่แหละ น่าจะเป็นสถานที่สำหรับคนที่มีความรักกำลังต้องการ จากน่านฟ้าไกลกว่า 7,000 กิโลเมตร สู่ประเทศออสเตรเลีย ปลายทางครั้งนี้มิใช่อยู่ที่เมืองใหญ่ใจกลางประเทศ หากแต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศ ออสเตรเลีย เกาะ มหัศจรรย์สวรรค์แห่งทะเลใต้ที่มีรูปร่างละม้ายคล้ายรูปหัวใจอันเป็น สัญลักษญ์แห่งความรัก อีกทั้งยังมีความโดดเด่นทางภูมิทัศน์ที่งดงามแปลกตามากมาย รวมถึงพรรณพืชและสัตว์พิ้นเมืองที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษเหนือที่อื่นใดในโลก ด้วยความหลากหลายนี้เอง จึงทำให้เกาะแห่งนี้ได้รับการประกาศจาก องค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นพื้นที่มรดกโลก อีกทั้งความสวยงามของอาคารหินทรายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะก็เป็นเสน่ห์อีกอย่าง หนึ่งของเมืองที่น่าเที่ยวได้อย่างไม่หยุดยั้งแห่งนี้ และที่นี่เองคือเกาะสวรรค์ที่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความสุข "แทสเมเนีย" เกาะรูปหัวใจดวงโตแห่งนี้ ถูกแยกออกจากผืนแผ่นดินใหญ่ในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา และนับได้ว่าเป็นเพียงรัฐเดียวของประเทศออสเตรเลียที่ไม่มีทะเลทราย มีเทือกเขาสูงอยู่หลายแห่งที่ถูกปกคลุมด้วย หิมะในช่วงฤดูหนาว มีชายฝั่งทะเลที่สวยงามไปด้วยหน้าผาหินทรายสีสดและผืนป่าอันกว้างใหญ่อุดม สมบูรณ์ ดินแดนที่ได้รับการยอมรับจากชาวโลกถึงผืนป่าฝนอันอุดม สมบูรณ์ที่มีอากาศบริสุทธิ์แหล่งสุดท้ายในโลกและสายน้ำที่สะอาดที่สุดในโลก เรียกได้ว่าเป็นมลรัฐแห่งธรรมชาติโดยแท้
สัมผัสแผ่นดิน แทสซี ขณะเครื่องบินร่อนลงสู่สนามบินโฮบาร์ตเมืองหลวงของ รัฐแทสเมเนีย (Tasmania) เรามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินเห็นหมู่เมฆสีขาวปนเทาและฝ้าหมอกกระจาย อยู่ทั่วท้องฟ้ากัปตันประกาศแจ้งสภาพอากาศเบื้องล่างอุณหภูมิราว 12 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอากาศอบอุ่นสำหรับที่นี่ แต่ค่อนข้างเย็นจนถึงขั้นหนาวเกินไปสำหรับเรา เพียงครึ่งชั่วโมงจากสนามบินเราก็มาถึงตัวเมือง โฮบาร์ต (Hobart) หนึ่งในเมืองที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างภูเขาเวลลิงตันกับทะเล มีทิวทัศน์สวยงามและยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลียอีกด้วย พอดีที่ตรงกับวันเสาร์ ไกด์จึงพามาที่ ซาลาแมนกาเพลส (Salamanca Place) ชุมชนเล็ก ๆ ของชาว แทสเมเนีย ที่เรียงรายไปด้วยตึกเก่าและอาคารโบราณในยุคอาณานิคมอังกฤษ เช้าวันแรกประเดิมด้วยการเที่ยวตลาดนัดวันเสาร์ที่ถนนคนเดินคลาคล่ำไปด้วย ผู้คนมาค้าขายและจับจ่ายกันเองอย่างครึกครื้น ที่นี่จัดว่าเป็นย่ายสินค้าประเภทงานฝีมือและงานออกแบบศิลปะแห่งใหญ่ที่สุด ของ ออสเตรเลีย ทีเดียว มีสินค้าเครื่องใช้ทั้งของมือหนึ่งและมือสองสภาพดีราคาถูกมาวางขายมากมาย ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น ของที่ระลึก ซีดีเพลง ภาพเขียน หนังสือ เครื่องหนัง เครื่องดนตรี เครื่องแก้ว เซรามิก ไม้แกะสลัก ฯลฯ รวมทั้งพืชผักผลไม้และดอกไม้ล้วนแล้วแต่น่าซื้อไปหมด ไม่ใช่จะมีแค่ของมาวางขายกันเท่านั้น ที่ย่านซาลาแมนกาเพลสนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่เหล่าศิลปินทั้งหลายใช้เป็นสถาน ที่ชุมนุมสังสรรค์กันในวันเสาร์ทั้งจิตรกร นักแสดงและนักดนตรี ที่มุมหนึ่งกลางตลาด จอร์จ คัลลากัน ศิลปินที่กำลังวาดลีลากรีดนิ้วอย่างนุ่มนวลพลิ้วไหวลงบนสายพิณตัวเขื่องของ เขา บรรเลงออกมาเป็นทำนองเพลงที่ฟังสบายๆ ให้เรา ถัดไปทางท้ายถนน เสียงดนตรีอีกวงหนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล ต้นเสียงคือเครื่องดนตรี 6 ชิ้นกับชาย 6 คน คนที่ใช้ชื่อวงว่า "Aaruco Libre Salamanca" กำลังดีดสีตีเป่าขลุยแผง (Pan Flute) บรรเลงบทเพลงพื้นเมืองทำนองสนุกสนานที่มีกลิ่นอายของไอริสผสมอยู่นิดๆ ชวนให้อยากเต้นรำเป็นยิ่งนัก สร้างความครึกครื้นให้ทวีมากขึ้นจนกระทั่งเรียกผู้คนเข้ามาล้อมวงกันเต็มลาน เผลอแป๊บเดียวก็หมดไปครึ่งค่อนวันแล้ว พอถึงช่วงบ่ายเราก็มาเดินกลางเมืองเก่าเล็ก ๆ อีกแห่งหนึ่งที่ชื่อ ริชมอนด์(Richmond) เมืองนี้ดูเก๋ไก๋ด้วยบ้านเรือนแบบ โบราณท่ามกลางภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ที่นี่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง มีแม่น้ำโคล (Coal River) สายเล็กๆ ไหลผ่าน ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำมีสะพานทอดข้ามไปสู่โบสถ์คาทอลิกเก่า ๆ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินทรายมานานกว่าร้อยปีมาแล้ว โดยใช้แรงงานนักโทษจากต่างแดนที่ส่งตัวมาคุมขังบนเกาะนี้ ใครมาก็ต้องไปถ่ายรูปสะพานนี้กลับไปทุกคน "เหตุผลนะหรือ....??" ก็เพราะนี่เป็นสะพานหินทรายแห่งแรกของเกาะแทสเมเนียนะสิ
พอร์ตอาร์เธอร์สวรรค์ของนักลงโทษ เมือง พาร์ตอาร์เธอร์ (Port Arthur) แดนคุกในอดีตแห่งคาบสมุทรแทสมัน บนเส้นทางสาย A9 ที่สองฟากถนนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและการปศุสัตว์ ไล่ไปจนจรดชายฝั่งทีอีเกิลฮอว์ก (Eaglehaekneck) ตรงจุดคอคอนนี้มีหน้าผาสูงชันริมทะเลที่น่าสนใจอย่างแทสมันโบลว์โฮลด์ (Tasman Blowhold) หน้าผาชั้นหินทรายที่ถูกแรงคลื่นจากทะเลซัดจนทะลุเป็นโพรงใต้น้ำ พอคลื่นจาก ทะเลซัดเข้าหาโพรงจะเกิดมวลน้ำพวยพุ่งขึ้นสูงราวกับน้ำพุดูสวยดี อีกจุดหนึ่งที่ควรแวะก็คือ แทสมัน อาร์ก (Tasman Arch) ผาหน้าตัดอีกแห่งหนึ่งที่ถูกกระบวนการทางธรรมชาติแต่งเติมจนเกิดเป็นรูป ลักษณ์แปลกตาสวยงาม ไกด์พาเราเดินชมซากอาคารต่าง ๆ ผ่านเข้าไปในอาคารหินทรายหลังหนึ่งที่ดัดแปลงจากโรงโม่แป้งมาแบ่งซอยออกเป็น ห้องคุมขังนักโทษเป็นชั้น ๆ โดยจัดนักโทษคดีร้ายแรงไว้ชั้นล่างสุด ทว่าด้วยความที่เป็นเกาะอันไกลโพ้นทะเลซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติสวยงามและ มีอากาศบริสุทธิ์ นักโทษจึงมีสุขภาพดีไปด้วยภายหลังประกาศยกเลิกนำนักโทษเข้ามาคุมขังที่ พอร์ตอาร์เธอร์นี้ เหล่านักโทษก็ออกไปมีชีวิตครอบครัวใหม่บนแผ่นดินที่เรียกได้ว่าดีที่สุดใน โลก และสืบลูกหลานให้กลายเป็นประชากรที่มีคุณภาพกระจายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่ว เกาะเทสเมเนีย เมืองพอร์ตอาร์เธอร์จึงกลายกลายเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสาม และมีคุกเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของเทสเมเนีย จากเมืองโฮบาร์ต เรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตามทางหลวงสายเฮอริเทจไฮเวย์ (Heritagehighway) ซึ่งจะผ่านหมู่ บ้านประวัติศาสตร์ เคมป์ตัน (Kmpton) เมืองโอ๊ตแลนด์ (Oatlands) อันเป็นที่ตั้งของพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์เมือง และเลยขึ้นไปจนถึงเมืองรอสส์ (Ross) ชุมชนเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่สงบเงียบ บ้านเรือนและร้านอาหารดูน่ารักน่านั่งไปหมด มีสวนสาธารณะที่เหมาะสมสำหรับปูผ้านั่งปิกนิก ซึ่งถ้าเป็นวันหยุดผู้คนจะมาเที่ยวกันเยอะมาก สวัสดีปีศาจแทสเมเนีย อุทยานแห่งชาติ เครเดิลเมาน์เทน-เลคเซนต์แคลร์ (Cradle Mountain-Lake St. Clarir National Park) นับว่าเป็นสรรค์ของนักนิยมธรรมชาติทีเดียว มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติตั้งแต่ระยะสั้น 20 นาที ไปจนถึง 6 วัน ก็มี หากเดินเงียบ ๆ ตามเส้นทางก็อาจได้จ๊ะเอ๋กับตัววอมแบต, วัลลาบี หรือโชคดีก็จะ เจอ "ปีศาจแทสเทเนีย" ได้เหมือนกัน แทสเมเนีย เป็นแหล่งที่พบสัตย์มีถุงหน้าท้องมากชนิดที่สุดแหล่งหนึ่งใน ออสเตรเลีย นอกจากตัวที่พวกเราคุ้ยเคยอย่างจริงโจ้ ก็ยังมีตัววัลลาบี, วอมแบต, พอสซัม, และแพดเมลอนที่กินพืช ส่วนพวกกินเนื้อก็มีปีศาจแทสเมเนียซึ่งเป็นสัตย์ที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะบนเกาะ แทสเมเนีย เท่านั้น มันจึงกลายเป็นสัตย์สัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ไปโดยปริยาย แทสเมเนีย เป็นดินแดนธรรมชาติอันแสนงดงามที่เปื่อมไปด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี บ่งบอกให้ถึงความอบอุ่นแห่งมิตรภาพและความรักอย่างแท้จริง และการที่เราได้มาสัมผัสเกาะรูปหัวใจแห่งนี้สักครั้ง ก็เหมือนมีสวรรค์เป็นส่วนตัวยังไงยังงั้นเลยทีเดียว แหล่งที่มา marie claire และ Kapook.com ขอขอบคุณภาพประกอบจาก |
เรียนต่อออสเตรเลีย อย่างมั่นใจ เลือกไปกับ IQ GROUPS
New Zealand Scholarships 2010, scholarships 2010 New Zealand, เรียน ออสเตรเลีย, เรียนต่อออสเตรเลีย, เรียนต่อออสเตรเลีย ทำงาน, เรียนมัธยมออสเตรเลีย, เรียนไฮสคูลออสเตรเลีย, เรียนดิปโพลม่า ที่ออสเตรเลีย, เรียนดิปโพลม่าออสเตรเลีย, เรียน ไฮสคูลที่ออสเตรเลีย, เรียนไฮสกูลออสเตรเลีย ,เรียนมัธยมที่ออสเตรเลีย, เรียน ภาษาที่ออสเตรเลีย, เรียนมัธยมที่ออสเตรเลีย, เรียนภาษาออสเตรเลีย, เรียนภาษา ออสเตรเลีย, เรียนต่อต่างประเทศ, ศึกษาต่อต่างประเทศ, ทุน การศึกษาออสเตรเลีย, หลักสูตรการศึกษาออสเตรเลีย, High School New Zealand, NZ Education system, New Zealand Summer Camp 2011, Summer Camp New Zealand 2011, New Zealand Study Tour, New Zealand English Camp, เรียนต่อออสเตรเลีย ทำงาน, ภาษา ที่ ออสเตรเลีย, เรียน ทำงาน ออสเตรเลีย, การ ศึกษา ต่อ ประเทศ ออสเตรเลีย, เรียน ที่ ออสเตรเลีย, ศึกษา ต่อ ออสเตรเลีย, ทุน การ ศึกษา ออสเตรเลีย, เรียน ต่อ ต่าง ประเทศ, ออสเตรเลีย สถาน ทูต ออสเตรเลีย, สถานฑูตออสเตรเลีย, สถานฑูต ออสเตรเลีย, วีซ่า ออสเตรเลีย, ศึกษาต่อออสเตรเลีย, เรียนต่อต่างประเทศ, เรียน ต่อ ออสเตรเลีย, ศึกษา ต่อ ออสเตรเลีย, ราคา เรียน ต่อ ออสเตรเลีย, เรียน ต่อ ต่าง ประเทศ+ออสเตรเลีย, ศึกษา ต่อ ต่าง ประเทศ ออสเตรเลีย, การ สอบ ชิง ทุน เรียน ต่อ ออสเตรเลีย
์












